มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ขอแจ้งข่าวการถึงแก่อนิจกรรมของ นายชนะ รุ่งแสง บุคคลสำคัญผู้เป็นที่เคารพยกย่องอย่างสูงในแวดวงการศึกษา การเมือง การเงิน และสังคมไทย ผู้ซึ่งตลอดชีวิตได้แสดงให้ประจักษ์ถึงความรู้ ความสามารถ วิสัยทัศน์อันกว้างไกล ภาวะผู้นำอันมั่นคง และจิตสำนึกในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่องและงดงาม โดยท่านถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 สิริอายุ 95 ปี
นายชนะ รุ่งแสง นับเป็นบุคคลต้นแบบของผู้ประสบความสำเร็จจากความสามารถรอบด้าน สามารถสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติในหลากหลายบทบาท ทั้งในฐานะผู้บริหารภาคการเงิน นักการเมืองผู้รับใช้ประชาชน และผู้สนับสนุนการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานและขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ท่านจึงมิได้เป็นเพียงบุคคลผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานเท่านั้น หากยังเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นหลัง ในฐานะแบบอย่างของผู้ใช้ความรู้ ความเพียร และคุณธรรม เพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริง โดยมหาวิทยาลัยได้ระบุไว้ในคำแสดงอาลัยว่า ท่านเป็น อดีตประธานกรรมการ บริษัท อรรถวิทย์รุ่งเรือง จำกัด และ อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและร่วมผลักดันการพัฒนาสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยประสบการณ์และศักยภาพอันเป็นเลิศ ท่านได้แสดงบทบาทสำคัญทั้งในวงการธนาคารและการเงินไทย การเมืองระดับชาติ ตลอดจนภารกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาสังคม อันสะท้อนถึงบุคลิกของผู้นำที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งที่ยั่งยืนให้แก่บ้านเมือง ข้อมูลสาธารณะระบุว่า ท่านเคยดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขณะที่ในภาคการเงิน ท่านเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในธนาคารกสิกรไทย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อแวดวงธุรกิจการเงินไทย

เกียรติประวัติแห่งชีวิตของนายชนะ รุ่งแสง ยังปรากฏอย่างเด่นชัดผ่านการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติหลายรายการ โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ปรากฏ คือ “ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)” นอกจากนี้ยังได้รับ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ (บ.ภ.) และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 อันนับเป็นเกียรติประวัติอันสง่างาม และสะท้อนถึงการได้รับการยอมรับในคุณูปการ ความรู้ความสามารถ และการอุทิศตนเพื่อประเทศชาติและสังคมไทยอย่างแท้จริง
การจากไปของนายชนะ รุ่งแสง จึงนับเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญยิ่ง ไม่เพียงต่อครอบครัวรุ่งแสง หากยังรวมถึงประชาคมมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก วงการการศึกษา วงการการเมือง วงการการเงิน และผู้ที่เคารพรักท่านทุกภาคส่วน ทว่าคุณงามความดี วิสัยทัศน์ และผลงานอันเป็นประโยชน์ที่ท่านได้สร้างไว้ จะยังคงเป็นมรดกทางความคิดและแบบอย่างแห่งการดำเนินชีวิตที่ทรงคุณค่าสืบไป
ทั้งนี้ จะมีการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ณ วัดธาตุทอง ศาลา 4 สิทธิสยามการ ระหว่างวันที่ 8–11 เมษายน 2569 และกำหนด พิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น.
ในการนี้ กรรมการสภามหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก และผู้ที่เคารพนับถือท่านทุกภาคส่วน ขอร่วม น้อมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และ น้อมสดุดีในคุณูปการอันทรงเกียรติ ของ นายชนะ รุ่งแสง ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

